เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “น้ำหอม”

เรื่องน่ารู้เกี่เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “น้ำหอม”ยวกับ “น้ำหอม”

                   ผู้หญิงกับความหอมนั้นเป็นสิ่งที่คู่กัน เพราะใครๆ ก็ชื่นชอบความหอมที่น่าหลงไหลจากกลิ่นกายของสาวๆ น้ำหอมจึงเป็นของคู่กายของผู้หญิงอีกอย่างหนึ่ง ไม่แพ้เครื่องประทินโฉมอื่นๆ เพราะจะช่วยเสริมให้สาวๆ มีเสน่ห์น่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น ทั้งยังสร้างความมั่นใจขึ้นอีกหลายเท่าด้วย

วิวัฒนาการน้ำหอม

                น้ำหอม มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ควบคู่กับวิวัฒนาการเผ่าพันธ์มนุษย์ โดยในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มนุษย์รู้จักวิธีปรุงรสอาหารด้วยการใช้กลิ่นหอมจากน้ำมันและเนื้อไม้นานาชนิด นอกจากนี้ยังพบว่า ชาวอียิปต์โบราณบูชาเทพเจ้าของพวกเขาด้วยเครื่องหอม ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในงานเฉลิมฉลอง และพิธีการต่างๆ ทางศาสนา รวมทั้งเสริมความงามของผู้หญิงด้วย นอกจากนี้ เวลาที่ชาวกรีกกลับจากการแสวงหาโชคต่างแดนทุกครั้ง พวกเขาจะนำเครื่องหอมใหม่กลับมาด้วย ในขณะที่ชาวโรมันโบราณมีความเชื่อว่า น้ำหอมมีคุณสมบัติด้านการบำบัดโรคร้ายได้

              สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของนํ้าหอมในยุโรปนั้นเริ่มจริงๆ ในศตวรรษที่ 16 เมื่อ แคทเธอรีน เดอ เมคิชี่ (Catherine de Medici) มาแต่งงานที่ประเทศอิตาลี กับอนาคตกษัตริย์ในช่วงนั้น ซึ่งเธอก็ทำให้นํ้าหอมถูกพัฒนาไปเรื่อยๆ จนในต้นศตวรรษที่ 19 ได้มีนักเคมีทำการสังเคราะห์นํ้าหอมจากสารเคมีจนได้กลิ่นต่างๆ มากมาย ความนิยมใช้น้ำหอมจึงกระจายไปหลายเมือง กลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ระดับความเข้มข้นของน้ำหอม

               น้ำหอมที่มีขายกันอยู่ทุกวันนี้มีความเข้มข้นหลากหลาย บางรุ่นกลิ่นหอมโดนใจ แต่อยู่ได้ไม่นาน ส่วนบางรุ่นก็หอมติดทนทั้งวัน นั่นเป็นเพราะความเข้มข้นที่ไม่เท่ากัน ซึ่งระดับความเข้มข้นของน้ำหอม มีดังนี้

  • Parfum (หรือ Perfume) ระดับความเข้มข้น 15-40% นับเป็นความเข้มข้นที่สูงที่สุดและราคาแพง เหมาะสำหรับใช้ในช่วงเวลาที่พิเศษมากๆ

  • Eau de Parfum ระดับความเข้มข้น 15-20% สามารถอยู่ได้นาน 4-5 ชั่วโมง เหมาะสำหรับฉีดเพื่อไปปาร์ตี้ งานแต่งงาน หรือกิจกรรมยามเช้าและเที่ยง โดยที่เราต้องมีเวลามาเติมกลิ่นหอมได้อีกครั้ง

  • Eau de Toilette ระดับความเข้มข้น 5-15% เป็นระดับที่คนนิยมมากที่สุด เนื่องจากราคาไม่แรง และมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกเยอะมาก

  • Eau de Cologne ระดับความเข้มข้น 2-4% ซึ่งกลิ่นจะอยู่ได้เพียง 1-2 ชั่วโมง ทำให้ไม่เหมาะกับการฉีดในเวลากลางวัน เพราะจะต้องมีเวลามาเติมความหอมกันบ่อยๆ แต่มีข้อดีตรงที่กลิ่นไม่แรงมาก จึงเหมาะกับคนที่ไม่ชอบให้มีกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ติดตัวเป็นเวลานาน

  • Eau Fraiche ระดับความเข้มข้น 1-3% ตัวนี้จะมีความเข้มข้นน้อยที่สุด กลิ่นจะติดอยู่ไม่เกิน 1 ชั่วโมง จนต้องฉีดเพิ่มบ่อยๆ เลยไม่เหมาะกับการฉีดออกไปนอกบ้านนานๆ แต่จะเหมาะมากสำหรับกิจกรรมสั้นๆ

              และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ น้ำหอม ซึ่งเปรียบเสมือนอาวุธคู่กายของสาวๆ ที่ใช้พิชิตใจหนุ่มๆ ใครชอบแบบไหน ก็สามารถเลือกใช้ได้ ในแบบฉบับของเราเอง

ติดตามบทความ beauty tip ในทุกสัปดาห์ได้ที่ thebeauty-checkin.com

FB : Beauthy Healthy

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ