เลือกคลีนซิ่งยังไงให้เหมาะกับผิว

เลือกคลีนซิ่งยังไงให้เหมาะกับผิว

สำหรับคุณสาว ๆ หรือคุณผู้ชาย ที่ใช้เครื่องสำอางก็คงทราบกันดีว่าสิ่งสำคัญขั้นตอนแรกก่อนที่จะล้างหน้าก็คงใช้คลีนซิ่ง ลงที่ผิวหน้าก่อนเพื่อเป็นการลบเครื่องสำอางต่าง ๆ ออก ไม่ว่าจะเป็นรองพื้น เมคอัพต่าง ๆ ก่อนที่จะทำการล้างหน้า และก็คงต้องรู้จักการเลือกใช้ คลีนซิ่ง สำหรับล้างหน้าให้ถูกต้องกับสภาพผิวของตัวเองด้วย

เพราะในปัจจุบัน คลีนซิ่ง นั้นมีการแบ่งย่อยออกมาให้เลือกใช้หลากหลาย ดังนั้นวันนี้เรามาลองเช็คกันดีกว่าค่ะว่าคลีนซิ่ง ที่นอกจากจะทำความสะอาดผิวแบบไหนเหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง

ทำความรู้จักกับคลีนซิ่งแบบต่างๆ

  1. คลีนซิ่งแบบน้ำ

คลีนซิ่ง แบบที่เป็นน้ำจะทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนผิวมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละยี่ห้อ คลีนซิ่งแบบน้ำ จะช่วยล้างสิ่งสกปรกและคราบเครื่องสำอางออก ช่วยรักษาผิวไม่ให้ถูกทำลายในขณะที่ทำความสะอาด เหมาะกับคนที่เป็นสิวง่ายและผิวแห้งมากเป็นพิเศษ จะช่วยลดอาการระคายเคือง และกำจัดสิ่งสกปรกออกไปได้อย่างเกลี้ยงเกลา อีกทั้งยังช่วยป้องกันปัญหาสิวได้อีกด้วย

  • คลีนซิ่งแบบโลชั่น

คลีนซิ่ง ที่เหมาะกับสภาพผิวที่เป็นผิวแบบธรรมดาและผิวมัน คลีนซิ่งชนิดนี้มีลักษณะที่เป็นเนื้อครีม แค่นวดเนื้อผลิตภัณฑ์ลงบนผิวหน้าเบาๆ ให้ทั่ว เครื่องสำอางหลุดออกไปจากผิวหน้าได้จากนั้นให้นำทิชชู่ หรือสำลีเช็ดโลชั่นออกแล้วทำซ้ำแบบเดิมจนกว่าจะไม่มีสีเครื่องสำอางเหลือ แล้วค่อยล้างด้วยน้ำให้สะอาด จะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกและสารเคมีได้ดี และยังช่วยกำจัดไขมันส่วนเกิน และลดปัญหาหน้ามันได้อีกด้วย

  • คลีนซิ่งแบบออยล์

คลีนซิ่ง ชนิดนี้เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมาก เพราะสามารถทำความสะอาดใบหน้าได้อย่างหมดจด ไม่เหลือสิ่งสกปรกทิ้งไว้บนผิวหน้าอย่างแน่นอน คลีนซิ่งแบบออยล์เหมาะสำหรับสาวที่มีผิวแห้งโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ใช้กับคนที่มีสภาพผิวมัน เพราะจะยิ่งทำให้หน้ามีความมันจนเยิ้มหนักมากขึ้น

 คลีนซิ่งแบบออยล์จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวขณะใช้ ไม่เหนียวเหนอะหนะ และเหมาะกับเครื่องสำอางที่เป็นกลุ่มกันน้ำ แค่เพียงนวดให้ทั่วใบหน้าแล้วค่อยทำความสะอาดด้วยน้ำและล้างหน้าตามปกติเป็นขั้นตอนต่อไป เท่านี้ก็จะช่วยขจัดคราบเครื่องสำอางออกได้แล้วค่ะ

ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของคลีนซิ่งเหมาะกับแต่ละสภาพผิวนะคะ เพราะคลีนซิ่ง แต่ละชนิดก็จะเหมาะกับผิวแตกต่างกัน ลองหยิบคลีนซิ่งที่คุณมีอยู่มาดูนะคะ ว่าที่มีอยู่นั้น เหมาะสมกับผิวหน้าแล้วหรือยังถ้ายังควรรีบเปลี่ยนนะคะ อย่างมัวแต่เสียดาย เพราะนั่นอาจจะทำให้คุณต้องเสียค่ายาที่ใช้รักษาสิวแพงกว่าก็ได้ค่ะ

ติดตามบทความ beauty tip ในทุกสัปดาห์ได้ที่ thebeauty-checkin.com

FB : Beauthy Healthy

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ